ความรู้พื้นฐานในการเลือกส่วนประกอบของดาบ

หลายท่านคงสงสัยว่าดาบที่ทาง KATANASHOPS THAILAND จำหน่ายถึงได้มีราคาที่หลากหลาย  โดยที่เริ่มตั้งแต่4,xxx – 1xx,xxxบาท  ซึ่งถ้าหากเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ก็จะสามารถมองออกได้ว่าราคาถูกหรือสูง เพราะเหตุใด แต่สำหรับท่านที่พึ่งเริ่มมาศึกษาและสนใจคงจะงงและแยกไม่ออกว่ามันต่างกัน อยากไร นอกเสียจากรูปทรงและสีสันของดาบเท่านั้น   ดังนั้นในครั้งนี้ทางร้านจึงขออธิบายรายละเอียดต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ราคาดาบ  ดังนี้

1. ส่วนของใบดาบ

1.1  โลหะที่นำมาใช้ทำใบดาบ

1.2  โครงสร้างของใบดาบ

1.3  ประเภทของฮามอน

1.4  ประเภทของการขัดใบดาบ

1.5  ส่วนของปลายดาบ

1.6  ความยาวใบดาบ

2.ส่วนประกอบภายนอก

2.1 Fushi, Kashira, Tsuba, Menuki, Habakiและ Sampa

2.2 เชือกพันด้ามด้าม (Tsuka-Ito)  เชือกพันฟัก(Sageo)

2.3 ฝักดาบ (Saya)

จากด้านบนจะเห็นได้ว่าดาบหนึ่งเล่มที่ทาง KATANASHOPSTHAILAND จะมีหลายปัจจัยเป็นตัวกำหนดราคา  และลำดับต่อมาทางร้านจะขออธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆว่าใน ดาบราคาถูกและสูงมีความต่างกันอย่างไรเริ่มจาก

1. ส่วนของใบดาบ

1.1 โลหะที่นำมาใช้ทำใบดาบ  โลหะที่ถูกนำมาใช้ในการทำดาบที่นิยมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของเหล็กที่มี คาร์บอนเป็นส่วนประกอบหลัก (carbon steel) กลุ่มต่อมาคือหล็กสปริง(spring steel)และกลุ่มสุดท้ายคือเหล็กทามาฮากาเนะ (tamahagane steel)โดยจะขออธิบายดังนี้

กลุ่มแรก เหล็กที่มีส่วนประกอบพวกคาร์บอนเป็นหลัก (carbon steel) เหล็กในกลุ่มนี้จะใช้รหัสที่เห็นกันบ่อยๆคือ AISI แล้วตามด้วยตัวเลข 1045, 1055, 1060, 1075, 1095 และ T-10 โดยที่ตัวอักษร AISI จะเป็นค่ามาตราฐานอุตสหกรรมของสหรัฐอเมริกา ส่วนตัวเลขสองตัวแรกบอกถึงกลุ่มของโลหะว่าเป็นกลุ่มเหล็กคาร์บอน ส่วนตัวเลขสองตัวหลักจะบอกเปอร์เซ็นของคาร์บอนที่อยู่ในเนื้อเหล็ก อย่างเช่น 1045 คือมีปริมาตรคาร์บอนอยู่ในเนื้อเหล็ก 0.45% ของน้ำหนัก  1095 ก็จะมีปริมาตรคาร์บอน0.95% ของน้ำหนักดาบ  การแบ่งเกรดเหล็กจะแบบโดยดูค่าเปอร์เซ็นคาร์บอนในเนื้อเหล็ก โดยที่ ต่ำกว่า1045 จะเป็นกลุ่ม low carborช่วง1045จนถึง1059 จะเป็นกลุ่ม medium carbon และตั้งแต่ 1060 ขึ้นไปจะเป็นกลุ่ม high carbon  เกรดที่นิยมนำมาทำจะได้แก่กลุ่ม mediumcarbonขึ้นไปเนื่องจากจะสามารถรักษาความคมได้ดี

กลุ่มที่สอง เหล็กสปริง เหล็กกลุ่มที่นิยมนำมาทำใบดาบจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ  5160 กับ 9260 โดยโลหะทั้ง 2 ชนิดจะมีค่าคาร์บอนเท่าๆกันอยู่ที่ 0.60% ของน้ำหนักตัว แต่จะต่างกันที่ 5160 จะมีโครเมียมผสมอยู่ในเนื้อเหล็ก   ส่วน 9260 จะมีซิลิก้าผสมอยู่ในเนื้อเหล็ก

กลุ่มที่สาม เหล็กทามาฮากาเนะ (tamahagane steel) เหล็กกลุ่มนี้คือเหล็กที่ถูกนำมาใช้ในการทำดาบในประเทศญี่ปุ่น  โดยขั้นตอนการทำจะนำทรายที่มีแร่เหล็กผสมอยู่มาทลุงเพื่อเอาเนื้อเหล็ก ถ้าหากเป็นขั้นตอนในสมัยก่อนจะใช้เวลาในการทลุงนานเกือบหนึ่งอาทิตย์  ส่วนวิธีการแบบใหม่จะใช้เวลาน้อยลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่เนื้อเหล็กจะมีสิ่งเจือปนมากกว่าแบบแรก

1.2 โครงสร้างของใบดาบ ในดาบซามูไรในยุดแรกๆจะประสบปัญหาในเรื่องของการหักง่าย ช่างดาบในสมัยก่อนจึงคิดค้นวิธีที่จะทำอย่างไรเพื่อให้ดาบหักยากขึ้น จึงเกิดการทดลองจากโลหะชนิดเดียวจนถึงนำเหล็กตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไปนำมารวมกันไว้ในเล่มเดียว โดยโครงสร้างจะมีดังต่อไปนี้

Figure 1 โครงสร้างดาบ

           ส่วน ข้อดีข้อเสียอยู่เกิดความสามารถของผู้เขียนที่จะตัดสินได้ว่าโครงสร้าง แบบไหนดีกว่ากัน แต่ในส่วนตัวดาบที่ทางร้านสั่งจะนิยมสั่งโครงสร้างแบบเหล็กชิ้นเดียว(Maru)  แบบตีทบ (Folded steel)  และแบบสอดไส้2ชิ้น  (Kobuse, Folded Steel+Iron)

1.3 ประเภทของฮามอนหลายท่านอาจจะยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับฮามอนว่าคือส่วนที่เป็น ลักษณะขุ่นๆที่ปรากฏอยู่บนใบดาบจนถึงคมดาบ ซึ่งจริงๆแล้วฮามอนจะเป็นเพียงรอยแนวชุบแข็งบนใบดาบที่อยู่ระหว่างตรงใบดาบ กับคมดาบ ดังตัวอย่าง

 

Figure 2 ตำแหน่งฮามอน

                 ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจถึงจุดประสงค์ของฮามอนก่อนว่าจริงๆแล้วถูกสร้างขึ้น มาเพื่ออะไร ฮามอนถูกสร้างมาเพื่อช่วยป้องกันการหักของดาบในตอนทีฟัน ให้ยากขึ้น (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่หัก) หรือพูดอีกอย่างก็คือการทำให้ดาบมีความเป็นสปริงนั้นเอง แล้วคุณสมบัตินี้เกิดจากอะไร เนื่องจากการชุบแข็งที่ทำรวมกับการพองโคลนจะทำให้เกิดการเย็นตัวที่ต่างกัน จุดที่มีโคลนบางๆพอกอยู่หรือไม่ได้พอกโคลน  หลังจากถูกเผาไฟจนได้ทีเมื่อถูกนำมาชุบแข็งโดยการจุ่มน้ำ  ส่วนนี้จะสูญเสียความร้อนลดลงเร็วกว่าส่วนที่ถูกโคลนหนาๆพอกไว้ การที่สูญเสียอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจะทำให้มวลของเหล็กจับตัวกันแน่นขึ้น ส่วนที่เย็นตัวช้ามวลจะจับตัวกันไม่แน่นนัก  ลักษณะอย่างนี้จึงทำให้เกิดอาการคมแข็งและสันอ่อนขึ้นมา

ฮามอนถ้าแบ่ง ตามประเภทของการทำจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ 1. ไม่ได้เกิดจากการพอกโคลนชุบแข็ง  2. เกิดจาการชุบแข็งรวมกับการพองโคลน  โดยแต่ละประเภทจะมีขั้นตอนการทำและข้อดีข้อเสียดังนี้

ประเภทที่แรก ไม่ได้เกิดจาการพอกโคลนชุบแข็ง หรือเรียกอีกอย่างว่าฮามอนเทียม เพราะเกิดหลังจากการนำใบดาบไปชุบแข็งแล้ว ขั้นตอนในการทำก็จะเกิดจากการนำไปขัดเพื่อให้เกิดลาย การนำสารเคมีมาทำให้เกิดลายบนใบดาบ ฮามอนลักษณะนี้เมื่อมีการขัดหรือลับดาบลายเหล่านี้ก็จะให้ไป เพราะลายเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงแค่บริเวณผิวด้านนอกเท่านั้น  ส่วนโลหะที่นิยมทำฮามอนประเภทนี้จะได้แก่  โลหะกลุ่ม Medium carbon เนื่องจากโลหะกลุ่มนี้เมื่อทำการชุบแข็งด้วยการพอกโคลนลายที่เกิดขึ้นจะน้อย หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ และอีกประการหนึ่งคือ ในโลหะกลุ่ม Medium carbon มีการให้ตัวในระดับหนึ่งการหักจึงเกิดขึ้นยาก (นอกเสียจากไปเจอของแข็งจริงๆ)    ดังนั้นจึงไม่มีความจับเป็นในการทำฮามอนแบบพอกโคลน  ส่วนโลหะกลุ่ม High carbon ทางร้านจะไม่แน่นนำให้ทำฮามอนประเภทนี้ เนื่องจากตัวของกลุ่ม Highcarbon เมื่อทำการชุบแข็งแล้วจะมีความแข็งแบบเปราะ โอกาสที่ดาบจะหักจึงมีสูงมาก ดังนั้นโลหะกลุ่มนี้จึงแนะนำให้ทำฮามอนแท้เท่านั้น

Figure 3 ฮามอนเทียม

                 ประเภท ที่สองฮามอนที่เกิดจากการพองโคลนชุบแข็ง หรือเรียกอีกอย่างว่าฮามอนแท้   ฮามอนประเภทนี้จะเกิดจากการพออกโคลนแล้วนำไปเผาแล้วชุบแข็ง  การชุบแข็งประเภทนี้จะทำให้เกิดลายฝั่งลึกลงไปในเนื้อโลหะเมื่อทำการลับดาบ ลายเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ (แต่ขั้นตอนการลับจะต้องถูกวิธี)

Figure 4 ฮามอนที่เกิดขึ้นในใบดาบ

            จากรูปจะเห็นได้ว่ารอยแนวชุบแข็งหรือฮามอนนั้นมีอยู่ลึกเข้าไปข้างในของใบ ดาบ การทำฮามอนแท้จะนิยมทำกับโลหะกลุ่ม High carbon เนื่องจากกลุ่มนี้มีหลังจากชุบแข็งแล้วเกิดการแข็งเปราะตามนี้ได้กล่าวไว้ใน ข้างต้น ส่วนข้อดีของการทำฮามอนแท้ก็คือดาบจะมีการให้ตัวที่สูงเพื่อป้องกันการหัก  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดาบจะไม่พังปัญหาสำหรับท่านที่ไม่มีประสบการณ์หรือ ไม่มีพื้นฐานในการใช้ดาบเมื่อมาใช้ดาบที่ทำฮามอนแท้ก็คือ ดาบจะงอ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นได้ เนื่องจากการทำฮามอนจะทำให้ส่วนคมของดาบมีความแข็งมากและส่วนสันมีความแข็ง น้อยแต่มีการให้ตัวได้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้เกิดดาบงอได้ง่าย  ดังนั้นผู้ที่จะใช้ดาบที่เป็นฮามอนแท้จึงต้องมีประสบการณ์และพื้นฐานการใช้ ดาบซามูไรพอสมควร

1.4 ประเภทของการขัดใบดาบ ถ้าท่านที่ติดตามชมสินค้าจากทางร้าน KATANASHOPSTHAILAND เป็นประจำจะสังเกตเห็นความแตกต่างของใบดาบที่มีการขัดที่ไม่เหมือนกัน  โดยหลักๆแล้วจะมีอยู่ทั้งหมด 4 ประเภท ดังนี้

                                     1.4.1ขัดใบดาบแบบเนื้อซาติน การขัดลักษณะนี้จะทำทั่วไปกับดาบที่ไม่ได้ทำฮามอนแท้

Figure 5 การขัดใบดาบแบบเนื้อซาตินตัวอย่างดาบที่ขัดใบดาบแบบเนื้อซาติน hajimari , daibanjaku

                                  1.4.2ขัดเงาแบบระจก  การขัดแบบนี้จะเป็นการขัดพื้นฐานในดาบที่ทำฮามอนแท้ Figure 6 การขัดเงาแบบกระจก    ตัวอย่างดาบที่ขัดเงาแบบกระจก Kami, hataketen, hououtengoku

                            1.4.3ขัดส่วน Haเงาส่วน, Jihadaขุ่น, shinogijiเงากระจก  การขัดแบบนี้จะทำเฉพาะใบดาบที่ทำฮามอนแท้

Figure 7ขัดส่วน Haเงา,  Jihadaขุ่น,  shinogijiเงากระจก    ตัวอย่างดาบที่ขัดส่วน Haเงาส่วน, Jihadaขุ่น, shinogijiเงากระจก Shinzen, Namasu

                          1.4.4 ขัดส่วน Haขุ่นJihada เงาเล็กน้อย ShinogiJiเงาแบบกระจก,(Togi Shi)  การขัดแบบนี้ถือว่าเป็นแบบที่เหมือนกับใบดาบที่จากญี่ปุ่นมากที่สุด และจะทำเฉพาะดาบที่ทำฮามอนแท้เท่านั้น ซึ่งในใบดาบที่ทำฮามอนเทียมมักจะนิยมขัดให้เหมือนแบบนี้

 Figure 8 ขัดส่วน Ha  ขุ่นJihadaเงาเล็กน้อย ShinogiJiเงาแบบกระจก (Togi Shi)  ตัวอย่างดาบที่ขัดแบบ Togi Shi  keihatsu, kokuu, uneri no Umi

                1.5 ส่วนของปลายดาบ (Kissaki)ส่วนที่เกี่ยวกับปลายดาบก็คือเส้น  Yokote เส้นนี้จะเป็นจุดที่แยกระหว่างปลายดาบกับใบดาบ โดยเส้นYokoteจะสามารถทำได้ 2 แบบคือ 1. เกิดจากการขัด   2.เกิดจากการลับ

 Figure 9ส่วนของ kissaki

 Figure 10แนวเส้น Yokote

                              1.5.1 เกิดจากการขัด  เส้นYokoteลักษณะนี้จะมีขั้นตอนการทำเช่นเดียวกับกับฮามอนเทียม คือจะทำการขัดด้วยเครื่องเจียรเพื่อให้เห็นเป็นแนวเส้นตรง เส้นYokoteลักษณะนี้สามารถสังเกตได้จากผิวของปลายดาบกับใบดาบส่วนอื่นเรียบ เสมอกัน

 Figure 11Kissakiแบบขัด

                              1.5.2 เกิดจากการลับ เส้น Yokoteลักษณะนี้จะทำด้วยการลับเช่นเดียวกับส่วนคมส่วนของดาบเพื่อให้เห็น เป็นแนวเส้นตรง เส้นYokoteลักษณะนี้สามารถสังเกตได้จากผิวของปลายดาบกับใบดาบส่วนอื่นจะมี การหลบมุม

 Figure 12 kissakiแบบลับหักมุม

                  1.6 ความยาวของใบดาบ  ดาบที่ทางร้าน KATANASHOPSTHAILAND จำหน่าย ในส่วนของความยาวใบดาบที่ส่งผลต่อราคาจะเป็นในกลุ่มของดาบที่สั้นพวก Tantoและดาบยาวพวก Tachiและ Nodashiส่วนในกลุ่มของ Katana กับ Wakizashi จะมีราคาที่ต่างกันไม่มาก  ส่วนรูปแบบและขนาดของดาบประเภทต่างๆสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://www.katanashopsthailand.com/2011/08/22/type_of_sword2/

2.ส่วนประกอบภายนอก ในดาบที่ทางร้านจำหน่ายราคาส่วนหนึ่งก็มาจากส่วนประกอบภายนอกด้วยโดยราคาที่ ต่างกันจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้และวิธีการทำ จะขออธิบายดังต่อไปนี้

2.1 Fushi, Kashira, Tsuba, Menuki, Habakiและ Sampaชิ้นส่วนเหล่านี้จถูกนำมาใช้ในการประดับด้ามจับ  ราคาจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้จะมีตั้งแต่ซิ้งอัลลอย ทองแดง ทองเหล็ก และเหล็ก

 

 Figure 13ตัวอย่างส่วนประกอบที่ทำจากทองแดง

 Figure 14ตัวอย่างส่วนประกอบที่ทำจากเหล็ก

 Figure 15ตัวอย่างส่วนประกอบที่ทำจากทองเหลือง

 Figure 16ตัวอย่างส่วนประกอบที่ทำจากซิ้งอัลลอย

    ในวัสดุที่นำมาใช้ กลุ่มที่ทำจากทองแดง ทองเหลือง และเหล็ก จะมีราคาสูงและมีคุณภาพดีกว่ากลุ่มของซิ้งอัลลอย  เนื่องจากมีความทนทานกว่า ปัญหาที่ทางร้านเจอบ่อยที่สุดในกลุ่มของซิ้งอัลลอย คือ เกิดการแตกหักในระหว่างการขนส่ง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรเลือกส่วนประกอบที่ทำมาจากกลุ่มของทองแดง ทองเหล็ก หรือเหล็ก จึงจะเหมาะสมกับการนำมาใช้งาน

          2.2 เชือกพันด้ามด้าม (Tsuka-Ito)  เชือกพันฟัก(Sageo) เชือกที่นำมาใช้ในการทำดาบจะมีตั้งแต่ เชือกฝ้าย เชือกไหมสังเคราะห์ เชือกไหม และหนังแท้ และอีกส่วนหนึ่งคือการพันเชือกรวมกับกระดาษ Hishi-Gamiโดยการพันด้ามร่วมกับการรองกระดาษจะทำให้เชือกที่พันไม่เสียทรง เมื่อใช้ไปเป็นเวลานาน

 Figure 17ตัวอย่างเชือกที่ทำจากฝ้าย

Figure 18ตัวอย่างเชือกไหมสังเคราะห์

Figure 19ตัวอย่างเชือกทำจากหนัง

 Figure 20ตัวอย่างเชือกหนังกลับ

 Figure 21การพันด้ามร่วมกับการองกระดาษ Hishi – Gami

           2.3 ฝักดาบ (Saya) ในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้องก็คือตรงส่วนปากฝัก ท้ายฝัก และปุ่มร้อยเชือก ที่ถ้าหากเป็นฝักดาบดีๆจะนำเขาควายมาติดลงไปเพื่อให้เกิดความแข็งแรง ส่วนในดาบทั่วไปจะทำจากพลาสติกตรงบริเวณปากฝัก ส่วนท้ายฝักและปุ่มร้อยเชือกจะเป็นไม้  และวัสดุอีกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือไม้ที่นำมาทำถ้าหากจะให้เหมือนฝัก ดาบแบบดั่งเดิมฝักจะต้องทำด้วยไม้จำพวกไม้จำปา ซึ่งไม้เหล่านี้จะไม่มีเสี้ยนไม้ลอยขึ้นมาเหมือนกับไม้ตระกูลอื่นๆ

 Figure 22ปากฝักครอบด้วยพลาสติก

 Figure 23ปากฝักครอบด้วยเขาควาย ในรูปจะเป็นสีน้ำตาล

          2.4 หนังกระเบน (Same) หนังกระเบนที่นำมาใช้จะมี 2 แบบ คือ 1.หนังกระเบนเทียม 2.หนังกระเบนแท้

2.4.1 หนังกระเบนเทียม หนังกระเบนลักษณะนี้จะทำมาจากพลาสติกและจะถูกนำมาใช้ในกลุ่มดาบราคาถูกทั่ว ไป จุดสังเกตของหนังกระเบนชนิดนี้คือเมื่อกดลงไปจะมีลักษณะนิ่ม

 Figure 24หนังกระเบนเทียม

          2.4.2 หนังกระเบนแท้ หนังกระเบนนี้จะทำมาจากส่วนหลังของปลากระเบนซึ่งจะมีลักษณะสีขาวขุ่นและแข็ง โดยหนังกระเบนที่นำมาใช้จะมี2 ส่วนคือ 1. ใช้หนังปลากระเบนส่วนขอบหรือตัวเล็ก จะสังเกตได้จากปุ่มจะมีลักษณะเล็กและละเอียด  2. ใช้หนังกระเบนส่วนตรงกลางหรือตัวใหญ่ จุดสังเกตคือปุ่มจะมีลักษณะที่ใหญ่และห่าง    ส่วนปุ่มมุกกลางหลังหนังกระเบนทั้ง 2 แบบจะมีปุ่มมุกเหมือนกันจะแตกต่างกันแค่ขนาดเท่านั้น

 Figure 25ขนาดของปุ่มบนตัวปลากระเบนจะไล่ขนาดและความละเอียดจากตรงกลางไปหาขอบ

 Figure 26ปุ่มมุกตรงกลางหลังจะมีขนาดใหญ่ที่สุด

          ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นส่วนประกอบที่ส่งผลต่อราคาของดาบแต่ละเล่ม  และทางร้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านทีสนใจศึกษา เกี่ยวกับดาบซามูไร และทำให้ทราบถึงจุดที่ทำให้ดาบแต่ละเล่มมีราคาที่ต่างกัน

สุดท้ายขอขอบคุณรูปภาพจากเจ้าของเว็บต่างๆที่หาเจอจากเว็บ GOOGLE ทั้งจากเว็บต่างประเทศและในประเทศ  และขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาตด้วยตนเอง ท้ายที่สุดบทความนี้ทางร้านยินดีให้เผยแพร่ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต  ขอบคุณที่ทนอ่านกันจนจบครับ